การใส่เลนส์เสริมสายตา ICL (Implantable collamer lens)
- Dr.Raina J.
- 26 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

เป็นเทคโนโลยีการแก้ปัญหาสายตาสั้น ยาว เอียง แบบถาวร ที่ช่วยให้ภาพที่มองเห็นหลังใส่เลนส์เสริมมีความคมชัดขึ้น ICLได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา เป็นเลนส์ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก ICLผลิดจากวัสดุ collamer ประกอบด้วย colllagen และ polymer ทำให้เลนส์มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถเข้ากับร่างกายได้โดยไม่เกิดการต่อต้านจากเซลล์ภายในร่างกาย (biocompatibility) มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเลนส์ตาธรรมชาติ ช่วยให้การสะท้อนแสงและการหักเหแสงเป็นไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมี UV blocker ป้องกันรังสี UVA และ UVB ที่จะทำอันตรายต่อจอประสาทตาและเลนส์ตา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสอดเลนส์ที่วัดตามค่าสายตาและโครงสร้างของลูกตาเข้าไปผ่านแผลที่กระจกตาขนาด3 มิลลิเมตร โดยเลนส์จะถูกม้วนใส่แท่งฉีดเลนส์แล้วจะไปกางออกในช่องหน้าม่านตา จากนั้นเลนส์จะถูกจัดวางไว้หลังม่านตา อยู่ระหว่าง ม่านตาและเลนส์ตาจริง เลนส์จะคงสภาพเดิมไปตลอด แต่สามารถเอาเลนส์ออกหรือเปลี่ยนเลนส์ได้เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ไม่ต้องการใส่เลนส์เดิมแล้ว เมื่อเอาเลนส์ออกสภาพดวงตาจะกลับไปมีค่าสายตาใกล้เคียงเดิม (reversible operation)
ค่าสายตาที่เลนส์เสริม ICLสามารถแก้ได้
สายตาสั้น | -0.5 D ถึง -16.0 D | เอียงร่วม 0.5 ถึง 6.0 D |
สายตายาวโดยกำเนิด | +0.5 ถึง +10.0 D | เอียงร่วม 0.5 ถึง 6.0 D |
การใส่เลนส์เสริม ICLเหมาะกับใคร

คนที่มีอายุ 21-45 ปี
ผู้รับการรักษาควรมีความลึกช่องด้านหน้าลูกตา (ACD) มากกว่าหรือเท่ากับ2.80-2.9 มม.
คนที่มีกระจกตาบางหรือค่าสายตาสูงมากไม่สามารถทำการแก้ไขโดยการใช้เลเซอร์ได้ (LASIK, PRK and RELEX-SMILE)
ข้อห้ามในการใส่เลนส์เสริมICL
มีโรคของกระจก หรือมีความหนาแน่นของเซลล์กระจกตาชั้นในบาง
มีโรคต้อหิน หรือภาวะความดันลูกตาสูง
ผู้ที่เป็นต้อกระจก หรือเคยผ่านการผ่าตัดต้อกระจกแล้ว
มีช่องระบายน้ำในตาแคบ
ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
เป็นโรคอื่นๆของดวงตาที่ทำให้การมองเห็นไม่ดี เช่น โรคจอประสาทตาหลุดลอก
มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการมองเห็นผิดปกติ เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
ขั้นตอนการเข้ารับบริการก่อนใส่เลนส์เสริม ICL

เข้ารับการตรวจสภาพตาอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ดวงตาว่าสามารถทำผ่าตัดได้หรือไม่ และเพื่อคำนวณเลนส์ตาที่จะใส่
ส่งคำนวณเลนส์ตากับทางบริษัท และสั่งเลนส์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ แต่ค่าสายตาบางประเภทอาจต้องสั่งผลิตเลนส์ใหม่ซึ่งจะใช้เวลารอคอยเลนส์นานขึ้น ประมาณ 1-2 เดือน
นัดหมายเข้ารับการผ่าตัด โดยจะทำการผ่าตัดตาทีละข้าง ห่างกันอย่างน้อย 1 วัน
แพทย์จะนัดติดตามการรักษาที่ 1 วัน 1 สัปดาห์ 1,3,6 เดือน และ ทุก 1 ปี หลังผ่าตัด ในบางรายอาจนัดตรวจติดตามถี่ขึ้นตามดุลพินิจของแพทย์
ผลที่ ได้รับหลังจากการรักษาใส่เลนส์เสริม ICL
หลังผ่าตัดผู้ที่เข้ารับการใส่เลนส์เสริมจะมีค่าสายตาลดลงใกล้เคียงปกติ ทำให้ระดับการมองเห็นเป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติ มีความคมชัดเหมือนใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ ซึ่งระดับการมองเห็นจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆหลังทำทันทีและจะมีค่าสายตาคงที่หลังผ่าตัดประมาณ 3-6 เดือน ในช่วงแรกอาจต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัว ซึ่งระยะเวลาในการปรับตัวจะเร็วช้าขึ้นกับสมองของแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้สายตาทำงานได้ประมาณ1สัปดาห์หลังผ่าตัด และคนไข้สามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้นกว่าก่อนผ่าตัดเนื่องจากการใส่เลนส์เสริม ICLไม่ทำให้เกิดการสูญเสียความสามารถในการแยกความแตกต่างของสีในระดับความสว่าง-มืด (contrast sensitivity)
การปฏิบัติตัวหลังใส่เลนส์เสริม ICL

หยอดยาและทานยาตามแพทย์แนะนำ
สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ทำงานเบาๆได้ตามสมควร และสามารถกลับไปทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 2-3 วันหลังผ่าตัด ถ้าคนไข้ไม่มีอาการปวดตา ไม่สบายตา หรือยังตาพร่ามัว
ห้ามขยี้ตาตลอดไปเนื่องจากอาจทำให้เลนส์ตาเลื่อนตำแหน่งได้
ครอบตาด้วยฝาครอบตาก่อนนอนเป็นเวลา1เดือน
งดนอนตะแคงประมาณ 2-3 สัปดาห์
สวมแว่นตากันแดด กันลมและฝุ่น เวลาอยู่กลางแจ้งในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก
สามารถออกกำลังกายเบาๆที่ประมาณ 2 สัปดาห์
มาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง
หากมีอาการผิดปกติใดๆ เช่น ปวดตา ตาแดง ตาพร่ามัว ให้มาพบแพทย์โดยเร็ว
ห้ามน้ำเข้าตาเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
ห้ามว่ายน้ำเป็นเวลา 1 เดือน
ห้ามยกของหนัก ยกเวท เป็นเวลา 1 เดือน
ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้หลังใส่เลนส์เสริมICL
หลังใส่เลนส์เสริมICLในช่วงแรก จะเห็นแสงรบกวนเป็นวง (halo) หรือแสงกระเจิง เมื่อมองดวงไฟ จะเห็นชัดมากช่วงกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน อาจทำให้การขับขี่ยานพาหนะในตอนกลางคืนมีความลำบาก เมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน แสงรบกวนนี้จะค่อยๆลดน้อยลงไปเรื่อยๆ คนโดยส่วนใหญ่จะเห็นแสงเป็นวงหลงเหลืออยู่บางส่วนและมักไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน แต่มีส่วนน้อยที่อาจเห็นแสง รบกวนนี้มากจนกระทบการขับรถในตอนกลางคืน
ความดันลูกตาสูงชั่วคราวในช่วงหลังผ่าตัด 24-48 ชั่วโมงแรก
ขนาดเลนส์อาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับช่องหน้าม่านตา โดยอัตราการเปลี่ยนขนาดเลนส์เบอร์ใหม่มีประมาณ 1.5%* ภาวะนี้พบได้ไม่มากในปัจจุบันเนื่องจากเครื่องมือในการวัดมีความแม่นยำมากขึ้น
-ถ้าขนาดเลนส์ตาใหญ่จะทำให้ช่องม่านตาแคบ มุมตาแคบ เกิดความดันตาสูงขึ้น
-ถ้าขนาดเลนส์ตาเล็กจะทำให้เลนส์ตาหมุนเลื่อนตำแหน่งได้ง่าย และมีโอกาสเกิดต้อกระจกได้
เลนส์ตาเลื่อนตำแหน่ง ต้องการทำการจัดตำแหน่งเลนส์ใหม่ โดยมีอัตราการจัดเลนส์ใหม่ประมาณ 0.8% *
เลนส์แก้วตาขุ่นเป็นต้อกระจก โดยอัตราการเกิดต้อกระจกที่มีผลต่อการมองเห็นมีประมาณ 2.7%*
โอกาสเกิดต้อกระจกจนต้องผ่าตัดต้อกระจกออก มีอัตราการเกิดประมาณ 0.6%*
อาจมีภาวะกระจกตาบวมชั่วคราวหลังผ่าตัดช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
โอกาสเกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอก มีเพียง 0.6%*
อาจเกิดการอักเสบของช่องม่านตา มักเป็นชั่วคราวและหายได้ใน 1-2 สัปดาห์ โดยการใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์
อาจมีภาวะม่านตาขยายหลังผ่าตัดถาวร แต่โอกาสเกิดภาวะนี้พบได้น้อยมากๆ
การเกิดภาวะต้อหิน เป็นจากการที่มีความดันลูกตาสูงอยู่เป็นระยะเวลานาน ไม่ได้รับการตรวจรักษา และตรวจติดตามอย่างเหมาะสม
เซลล์กระจกตาชั้นในลดลง มักเจอในเคสที่มีอุบัติเหตุต่อดวงตาหลังผ่าตัด หรือการผ่าตัดมีการไปกระทบโดยตรงต่อกระจกตาชั้นใน การผ่าตัดโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญจะลดโอกาสเกิดได้มาก และยังไม่มีรายงานที่พบว่าการสูญเสียนี้มีผลกัทำให้กระจกตาบวมถาวร
โอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัด อัตราการเกิด 1:8000 รายเท่านั้น
*อ้างอิงจากข้อมูลขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา
การใส่เลนส์เสริม ICLเป็นวิธีที่สามารถแก้ไขภาวะสายตาสั้นยาวเอียงได้ สามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขค่าสายตาแต่ไม่สามารถรักษาด้วยการทำเลสิกได้ การใส่เลนส์เสริม ICLเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูง พบผลข้างเคียงน้อย และหลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถมีการมองเห็นที่ชัดเจน อีกทั้งยังสามารถถอดเลนส์ออกได้เมื่อมีเหตุจำเป็น
คลิปการใส่เลนส์เสริมICL
รีวิวการใส่เลนส์เสริมICL
บทความโดย พญ ไรนา จินดาศักดิ์
Comments