top of page
ค้นหา

RLE : Refractive lens exchange การแก้ไขสายตาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม

 

ภาวะสายตายาวตามอายุ
ภาวะสายตายาวตามอายุ

RLE เป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ใช้บ่อยในกลุ่มคนที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไปที่มีภาวะสายตาผิดปกติ เช่นสายตาสั้น สายตายาว (สายตายาวแต่กำเนิด และสายตายาวตามอายุ) และสายตาเอียง โดยเฉพาะภาวะสายตาที่ยาวมาก หรือสายตายาวตามอายุ จะเป็นวิธีแก้ไขสายตาที่ได้ผลดีมาก ซึ่งการแก้ไขสายตาโดยการใช้เลเซอร์ เช่น LASIK PRK หรือ RELEX-SMILE แก้ไขได้ไม่ดี

RLE เป็นการผ่าตัดที่เหมือนกับการผ่าตัดต้อกระจกทุกประการ แต่เราจะเรียกว่า RLE เมื่อใช้รักษากลุ่มคนที่ยังไม่มีภาวะต้อกระจก และมุ่งแก้ปัญหาสายตาที่มีเป็นหลัก จุดประสงค์ของการผ่าตัดวิธีนี้คือ ลดปัญหาค่าสายตาที่คนไข้มีเพื่อลดโอกาสการใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์แก้ไขสายตา โดยการผ่าตัดทำโดยการดูดสลายเอาเนื้อเลนส์แก้วตาธรรมชาติออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมที่แก้ค่าสายตาที่มี เข้าไปแทนที่


ชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมที่ใช้ใน RLE


  1. Monofocal Lenses : เลนส์โฟกัสระยะเดียว

โดยเลนส์ชนิดนี้จะคำนวณเพื่อให้มองเห็นชัดระยะเดียว โดยส่วนใหญ่จะคำนวณเพื่อให้โฟกัสระยะไกลชัด หากใส่เลนส์ชนิดนี้โดยให้โฟกัสระยะไกลชัดทั้งสองตา หลังผ่าตัดจะสามารถมองไกลได้โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องสวมใส่แว่นตา ถ้ามองใกล้ต้องสวมใส่แว่นตาจึงจะมองได้ชัด

เราสามารถใส่เลนส์โฟกัส 1 ระยะแบบเทคนิคการใส่แบบ monovision โดยใส่เลนส์ที่โฟกัสชัดระยะไกล (ใส่ค่าสายตา 0) ที่ตาข้างที่เป็นตาเด่น และใส่เลนส์ที่โฟกัสระยะใกล้ (ใส่ค่าสายตาสั้น -1.5 D)ในตาข้างที่เป็นตารอง การใส่วิธีนี้จะทำให้สามารถมองเห็นได้ทั้งไกลและใกล้ในคนที่สามารถปรับตัวได้ ก่อนใช้วิธีนี้แพทย์จะต้องทดสอบก่อนว่าสามารถมองเห็นได้ดีหรือไม่เมื่อมองสองตาในระยะไกลและระยะใกล้


  1. Multifocal Lenses : เลนส์โฟกัสหลายระยะ

Multifocal IOL เลนส์โฟกัสหลายระยะชนิด trifocus
Multifocal IOL เลนส์โฟกัสหลายระยะชนิด trifocus

เลนส์ชนิดนี้ออกแบบมาให้มองเห็นได้หลายระยะโดยทำให้เลนส์มีจุดโฟกัสหลายจุดทั้งไกลและใกล้ ทำให้สามารถมองเห็นโดยทั่วไปได้ดี ลดโอกาสการสวมใส่แว่นตาเสริม อย่างไรก็ตามอาจมีบางรายที่ต้องใส่แว่นตาเสริมเพื่ออ่านหนังสือหรือทำงานในระยะใกล้ ถ้าต้องมองนานๆ มองตัวอักษรหรือภาพที่มีรายละเอียดเล็กๆ แต่โดยส่วนใหญ่80-90%ของผู้ที่ใส่เลนส์ชนิดนี้เป็นอิสระจากการสวมใส่แว่นตา สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน อ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ ขับรถ ได้เป็นปกติ

เลนส์โฟกัสหลายระยะ ชนิด โฟกัสสามระยะ (Trifocal Lenses) หรือ ชนิดโฟกัสยืดหลายระยะ (EDOF Lenses) เป็นเลนส์เทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยเลนส์ทั้งสองสามารถมองเห็นระยะใกล้ กลาง ไกล ได้ แต่เลนส์ trifocus สามารถมองเห็นใกล้ได้คมชัดกว่าเลนส์ EDOF แต่จะมีแสงวงรบกวนกลางคืนมากกว่าเลนส์ EDOF ซึ่งการเลือกชนิดของเลนส์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลนั้นควรปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การทำงานของเลนส์โฟกัสหลายระยะจะไม่เหมือนกับการมองโดยแว่นสองชั้น หรือแว่นโปรเกสซีฟ (progressive) เมื่อเรามองในจุดต่างๆเราจะมองเห็นได้เหมือนปกติโดยการเรียนรู้ของสมองให้มองเห็นจุดโฟกัสที่ต้องการได้อัตโนมัติ สมองเราจะค่อยๆเรียนรู้ ปรับตัว ระยะห่างที่เหมาะสม ของการใช้งานในระยะใกล้เช่นอ่านหนังสือ หรือใช้มือถือ และระยะกลางเช่นการใช้คอมพิวเตอร์ การทำอาหารได้ดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน



ผลข้างเคียงของเลนส์โฟกัสหลายระยะ

ผลเข้างเคียงที่ผลได้บ่อยคือ การเห็นแสงวง (halo) เห็นเป็นวงแหวน (ring) แสงกระจาย (glare) หรือแสงเป็นแฉก (starburst) รอบๆดวงไฟในเวลากลางคืน โดยเฉพาะเวลาขับรถในเวลากลางคืน แต่การเกิดแสงรบกวนหลังผ่าตัดนี้มักจะมีน้อยกว่าแสงรบกวนที่เกิดจากภาวะสายตาสั้น เอียง หรือยาว และแสงรบกวนที่เกิดจากต้อกระจก เมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน สมองคนเราจะค่อยๆปรับตัวให้มองเห็นแสงรบกวนนี้น้อยลงเรื่อยๆ แต่จะไม่หายไปทั้งหมด จะหลงเหลือแสงรบกวนส่วนนึง คนไข้ส่วนใหญ่ 90-95% สามารถปรับตัวจนแสงรบกวนนั้นไม่เกิดปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวันและการขับรถในเวลากลางคืน แต่ก็มีคนไข้ส่วนน้อย 2-5% ที่เห็นแสงรบกวนจนไม่สามารถทนได้

อีกข้อจำกัดของเลนส์โฟกัสหลายระยะคือ เมื่อแสงสลัว หรือแสงสว่างไม่เพียงพอจะทำให้การมองเห็นลดลง ดังนั้นอ่านหนังสือหรือทำงานที่ต้องเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ การขับรถในที่มืดอาจทำให้มองเห็นวัตถุข้างทางลำบากต้องใช้ความระมัดระวัง


การดูแลหลังทำผ่าตัด

ส่วนใหญ่สามารถมองเห็นได้ปกติที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ประมาณ1-2สัปดาห์ แนะนำให้หยุดพักงาน พักสายตาอย่างน้อยๆประมาณ 3-5 วัน ก็สามารถกลับไปทำงานเบาๆที่ไม่ต้องออกแรงและไม่อยู่ในสถานที่ที่ฝุ่นควันเยอะ สามารถกลับไปใช้คอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือได้ใน 3-5 วันหลังผ่าตัด



  1. ห้ามน้ำเข้าตา 3-4 สัปดาห์

  2. ระวังเหงื่อไคล ฝุ่นควัน เข้าตา 3-4 สัปดาห์

  3. ห้ามนอนตะแคงประมาณ2สัปดาห์

  4. งดก้มทำงาน ก้มยกของ หรือยกของหนักๆ เป็นเวลา3-4 สัปดาห์

  5. ห้ามขยี้ตารุนแรง หรือกดนวดเบ้าตาหลังทำผ่าตัด

  6. งดออกกำลังกาย ประมาณ 3-4 สัปดาห์ สามารถเดินเบาๆ ออกแรงเบาๆได้หลัง2สัปดาห์

  7. หยอดยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  8. ใส่แว่นกันแดดเวลาออกกลางแจ้งในช่วง1-3เดือนแรก เพื่อลดภาวะแสงจ้ารบกวน

  9. ครอบตาตอนนอน 3-4 สัปดาห์


ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัด


การทำผ่าตัด RLE เป็นวิธีการเดียวกันกับการผ่าตัดต้อกระจกทุกประการ ดังนั้นความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจึงเหมือนกับการผ่าตัดต้อกระจก ถ้าเปรียบเทียบกับการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์เช่น LASIK จะมีความเสี่ยงมากกว่าเนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่อยู่ในลูกตา

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของการผ่าตัดมีมากกว่า95-98% และความเสี่ยงที่รุนแรงที่ส่งผลทำให้มีการสูญเสียการมองเห็นพบได้น้อยมาก และภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่สามารถแก้ไขรักษาได้ ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดได้มีดังนี้


  1. จอประสาทตาหลุดลอก มีโอกาสเกิดได้มากขึ้นในกลุ่มคนที่มีค่าสายตาสั้นมาก อัตราการเกิดเฉลี่ยประมาณ 0.68%

  2. การติดเชื้อในลูกตา อัตราการเกิดเฉลี่ยประมาณ <0.01%

  3. เลือดออกในลูกตา หรือ เลือดออกใต้ชั้นจอประสาทตา

  4. เลนส์ตาเลื่อนตำแหน่ง

  5. ความดันในลูกตาสูง อาจส่งผลทำให้เกิดต้อหินในระยะยาว

  6. จอประสาทตาจุดรับภาพชัดบวมหลังผ่าตัด

  7. ถุงหุ้มเลนส์หย่อน ถุงหุ้มเลนส์ฉีกขาด อาจส่งผลทำให้ต้องใส่เลนส์โฟกัสระยะเดียวเท่านั้น

  8. กระจกตาบวม ส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราวหลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์ ส่วนน้อยมากที่อาจเกิดการบวมแบบถาวร

  9. อาการตาแห้งชั่วคราวหลังผ่าตัด



Our customers reviews

รีวิว RLE
รีวิว RLE

 
 
 

Comments


02-408-0113

โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี

Samitivej Thonburi Hospital, Somdet Phra Chao Tak Sin Road, Samre, Thon Buri, Bangkok, Thailand

  • Facebook
  • TikTok

© 2035 by Doctor Raina Eyes and LASIK. Powered and secured by Wix 

Your Vision is Our Priority

Free Online Consultation

Birthday
วัน
เดือน
ปี
bottom of page